More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  Yuka~TzuPhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

Yuka~Tzu

Of all the beauty, friendship is the most beautiful...
View space
armmy_potty
View space
แก้วน้ำใบน้อย
View space
nujennyy
View space
sagaw
View space
yuphakhun
View space
Awon...
View space
<<Amber>>
View space
reinny

There are no music lists on this space.
Updated 4/10/2007
Updated 2/14/2008
Updated 4/10/2007
Updated 4/10/2007
Updated 3/28/2007
Updated 3/29/2007
Updated 4/10/2007
Updated 4/11/2007
Updated 3/16/2007
Updated 2/13/2007
Updated 4/11/2007
August 30

เมื่อเรากลายเป็นคนไข้ซะเอง...

หลังจากเปิดเรียนไปได้ 2 วัน

ไพลินก็มีอันไข้ขึ้นสูงปรี๊ด

ตอนแรกก็จะนอนอยู่บ้าน กินพาราเด๋วก็หาย

แม่เห็นท่าไม่ดี จับส่งรพ.ดีกว่า

แล้วก็ได้เรื่อง โดนจับ Admit โดยทั่นอาจารย์ ชนินทร์

สรุปก็นอนหมดแรง ไปไหนไม่ได้ 7 วันเต็มๆ

ไข้ขึ้นทีนี่ สุดยอดทรมานเลยอ่ะ

หนาวแบบ ผ้าห่มสามผืน บวกเสื้อหนาวก็ยังไม่พออ่ะ

แต่ที่สุดๆแล้วก็ตอนที่ต้องเจาะเลือดที่ปลายนิ้วอ่ะ ทุก 8 ชม.

โหย...มันไม่เหมือนกะ ปากกา DTX บนอัษฏางค์นะพี่ท่าน

เจาะจึ้ก เจาะจึ้ก แสนสบาย

ปากกาที่วอร์ดผะอบที่เราอยู่เนี่ย ประมาณว่า ไม่ได้เจาะมากี่ปีแล้วก็ไม่รุ

ปากกาก็รุ่นเก่ากึ๊ก แท่งใหญ่มาก

เวลาพี่พยาบาลลองกดดู เสียงสปริงมันจะดัง "ผึงงงง!!"

ตอนโดนเจาะครั้งแรกแบบ ย๊ากกกกกกส์!!

ต้องร้องเพลงของดังเลยอ่ะ ว่า เจ็บ มาก มาก

ตอนหลังพยายามเอาที่คุณแม่สิริสอนเข้าข่ม

ตั้งสมาธิไว้ ความเจ็บมันเป็นเพียงสิ่งที่มากระทบใจ

ยื่นนิ้วอันสั่นเทาไปให้พี่พยาบาล

ยุบหนอ...พองหนอ...ยุบหนอ...พองหนอ...จ๊ากกกกกกกส์!!

ไม่ช่วยเลย เจ็บกว่าเดิมอีกง่ะ ตอนนั้นอยากร้องไห้มากๆอ่ะ

ตอนหลังยอม ขอร้องให้พี่พยาบาลใช้ Lancet แทน แรงคนคงไม่เท่าแรงสปริงยักษ์บ้านั่น

พี่พยาบาลบอก ได้ค่ะ แต่ Lancet หมด พี่ใช้เข็มฉีดยาแทนละกันนะคะ

จ๊ากกกกกส์...จ๊ากกก...จ๊ากกก (เอคโค่)

พี่คะ เอาปืนมายิงกันเถอะค่ะ

ตั้งใจไว้ว่า ถ้าไม่จำเป็น ต่อไปจะไม่สั่ง Serial Hct ผู้ป่วยเด็ดขาด

ก็ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนมากเลยนะ ทั้งที่มาเยี่ยม โทรมา SMSมา หรือ ฝากมาเยี่ยมก็ตาม

โดยเฉพาะ คุณโบ โบโบ้ แล้วก็ คุณไอซ์ ที่มานอนเป็นเพื่อนด้วย

อ้อ สรุปแล้ว เราไม่ได้เป็น Scrub นะเพื่อนๆ

ไม่ต้องมาขอดู Eschar แล้วนะยะ ไม่มี!
August 20

Back to school!!

พรุ่งนี้ก็ถึงเวลากลับไปขึ้น Ward อีกแล้ว

ก็ดีนะ ไม่ได้เจอเพื่อนๆตั้งนาน

คงมีเรื่องให้เม้าท์กันมากมาย

ได้ Charge ร่างกายไป2อาทิตย์เต็มๆ

อะไร อะไรก็คงจะดีขึ้นล่ะน้อ...

June 20

อาจารย์ในดวงใจ

พรุ่งนี้เราจะมีสอบลงกองวอร์ดอายุรศาสตร์ พี่ก็เลยให้กลับไปอ่านหนังสือก่อนได้
ตอนที่กำลังจ้ำกลับหออยู่ ก็เห็นคนกลุ่มนึงกำลังเข็นรถเข็นให้คนๆหนึ่งอยู่
มองๆไป เห็นอ.นาราพร อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่นั่งอยู่ในรถเข็นก็คือ อ.สุมาลี นั่นเอง
จากที่กำลังจ้ำกลับหอ ก็เลยเปลี่ยนมาเดินช้าๆตามหลังอาจารย์แทน
แล้วก็นึกย้อนไปถึงวันเก่าๆ
อาจารย์สุมาลี ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่คล่องแคล่วว่องไว
เสียงอาจารย์จะนุ่มๆ แต่หนักแน่น ดูมีอำนาจ
อาจารย์เคยพาพวกเราไปเข้าค่ายที่แม่สิริฯ
ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ เดินจงกรมแบบเข้มข้น ตลอด 7 วัน
เป็นอะไรที่ชีวิตนี้ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะทำได้
อาจารย์ก็ไปอยู่ทำกิจกรรมกับพวกเรา คุยกับพวกเราทุกเช้า กลางวัน เย็น
พอกลับมาเรียน ก็เจออาจารย์เข้ามาสอนตลอด
ไม่ว่าจะเลคเชอร์ กิจกรรมวิชาการ หรือ อบรม
ตอนนั้นก็แบบด้วยความที่ยังเด็ก ก็กลัวอาจารย์น่ะ ดุ ไม่ชอบเลยเวลาอาจารย์เข้ามาพูด
เวลาเจอนอกห้องเรียนนี่ก็ใจเต้นตึกๆๆ กลัวโดนว่า
ใครโดนอาจารย์ดุมาทีก็เป็นเรื่องเอามาเมาท์กันใหญ่
พอขึ้นชั้นคลินิก โตขึ้นมาบ้างถึงได้เข้าใจ
ที่อาจารย์สอน ที่พูดไว้ ถูกทุกอย่าง
ทั้งเรื่องการเรียน การวางตัว วิธีคิด
ก็รู้สึกว่าอาจารย์เนี่ย ทุ่มเทให้กับพวกนักเรียนมากๆเลยนะ
ลูกก็ไม่ใช่ แต่อบรมสั่งสอนแบบทุกจุด ทุกเรื่อง
เมื่อไม่กี่วันมานี้ เราเพิ่งเห็นบอร์ดที่วอร์ดตัดข่าวจากหนังสือพิมพ์มาแปะไว้
เกี่ยวกับรางวัลสตรีดีเด่นประจำปี ผู้ทำประโยชน์ให้สังคม
อาจารย์ก็ได้ทั้งรางวัลผู้ทำประโยชน์ด้านสาธารณะสุข แล้วก็รางวัลสตรีดีเด่นแห่งปี
เห็นแล้วก็รู้สึกว่า โอ้โห นี่เราได้เรียนกับคนที่สุดยอดขนาดนี้ เคยได้เจอตัวจริงใกล้ๆมาแล้วด้วยนะเนี่ย
จากคนที่เคยคล่องแคล่ว เดินดูงาน เดินสายอบรมนักเรียนอย่างพวกเรา
จากหัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ที่วันๆต้องเคลียร์งานมากมาย
ถึงแม้ว่าจะต้องนั่งอยู่ในรถเข็น อาจารย์ก็ยังยิ้มแย้มทักทายคนที่ไหว้อาจารย์ตลอดทาง
จนถึงตอนที่กลุ่มอาจารย์แยกไปทางตึกอดุลย์
เราก็ขอโค้งให้อาจารย์อย่างนอบน้อมที่สุด แม้ว่าอาจารย์จะไม่เห็นก็ตาม
อยากบอกอาจารย์ว่า ดีใจมากค่ะ ที่ได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์
 
March 07

Spring is coming

Wow! It's such a long time since my last update. Finally I've got back to my space!
How is everyone going? I hope you guys are dong fine.
Now I'm in Japan, Kobe city. I have a chance to come here as an exchange student for a month and now I'm staying with the Japanese host family. Which is really great cuz I have a chance to get real close to the Japanese culture.
Now I'm learning some of their ways of life.
I think many of you must have known these from the comics.
Before meal = Itadakimasu
After meal = Kochisosama deshita
Before you leave home = Itte Kimasu (The family will answer = Itte Irasshai)
When you come back home = Tadaima (Okaeri)
And the Japanese transportation is what I have to learn right now after got lost for a couple times  
The weather here is getting cold this week
They said that this was the first sign of spring
And Sakura may bloom in 2-3 weeks
I hope that it will bloom before I get back
so that I will have a beautiful picture for you guys
Have a great summer everyone! 
September 28

Gynecology : My first Major Ward

 

ก็ได้จบลงไปแล้วนะคะ สำหรับ Major Ward แรกของดิชั้น
ไม่น่าเชื่อเลยว่า 6อาทิตย์มันจะผ่านไปไวราวกับโกหกเยี่ยงนี้
ตอนแรกฟิตจัด กะจะทำตัวเป็นเด็กดี อ่านหนังสือตั้งแต่สัปดาห์ที่สาม
ไปๆมาๆ ก็มีนู่นนี่นั่นโน่นเข้ามามากมาย
รู้ตัวอีกทีนึง ตอนเหลืออีก 7 วันก่อนสอบ
โอ๊ยยยย!! อยากจะอุทานเป็นภาษาอุซเบกิสถาน
แต่ก็ยังโชคดีนะ เพราะวอร์ดนี้เป็นวอร์ดที่ได้ชื่อว่าเป็น
The Minor of Major Ward
เนื้อหาในการอ่านก็จะอยู่แค่เรื่องใต้สะดือทั้งหมด (นั่นแน่!! คุณผู้ชายทั้งหลายกรุณาอย่าคิดลึก)
ยกเว้นว่าก้อนมันจะใหญ่เกิน 16 Weeks Pregnancy size เท่านั้น (ไม่ต้องทำหน้างง เดี๋ยวก็รู้ อิอิ)
เรื่องเรียนจริงๆแล้วก็ยังไม่เท่าไหร่นะ เพราะทุกบ่าย ทุกคนก็จะได้มานั่งเรียน Lecture พร้อมกัน
บางอันเป็น Problem Base พออาจารย์ให้โจทย์ ให้แนวทางคิดมา
ที่เหลือพวกเราก็เอากลับไปทำเอง แล้วค่อยมานำเสนอทีหลัง
ส่วนตอนเช้าก็จะแล้วแต่ว่าใครอยู่ในส่วนไหน
บางคนก็ออก OPD  บางคนไป Family Planning บางคนออก OR ที่เหลืออยู่ IPD ก็จะไปดูการ PV ใหญ่
ทีนี้ก็มีเรื่องประหลาดอยู่อย่างนึง
IPD เนี่ย จะแบ่ง 2 rotates ออกเป็น 2 groups คละกัน แล้วก็ผลัดกันเรียนกลุ่มละสัปดาห์
มันก็แปลกว่า เวลาที่กลุ่มเราเรียน IPD ทีไร
ผู้ป่วยก็จะแห่กันมาซะหยั่งกะมีโปรโมชั่น นอน1คืน คืนถัดไปคิด 25สต.
วันนึงผู้ป่วยมาไม่ต่ำกว่า 8-9คน บางวันมา 13 คน คือ knock รอบไปเลย
บางคนส่งรายงานตอนเช้า ตอนบ่ายเพื่อนวิ่งมาบอกให้รับผู้ป่วยอีก
เอิร์ลถึงกับเปรยขึ้นมาว่า
"นี่มันเกิดอุปาทานหมู่ ป่วยกันทั้งหมู่บ้านหรืออย่างไร"
แต่พอเป็นอีกกลุ่มนึงรับนะ ผู้ป่วยมากันเบาบางมาก วันละไม่เกิน 4-5 คน
ไม่เข้าใจชีวิต
กลุ่มเรามีจำนวนนศพ. กะจำนวน อาจารย์เท่ากัน
ใครได้อาจารย์คนไหนก็ต้องส่งรายงานกับคนนั้นตลอดไป
ทุกคนก็ลุ้นกันมากๆว่าจะได้ส่งกับใคร
ปรากฏว่า ไมซ์ได้ส่งกับอาจารย์ที่ต้องเขียนรายงานและ Discuss เป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ
ส่วนยุทธ ได้อจ.ที่ใจดีที่สุดของภาควิชานี้ไป
ไมซ์นี่ เหี่ยวไปเลยครับ เหี่ยวอย่างแรง
ส่วนยุทธนี่ก็บานอย่างแรง คืนนั้นทั้งคืน วนเวียนไปเยาะเย้ยไมซ์มิได้ขาด
ปรากฏว่ารุ่งขึ้น คนจ่ายเคสเค้าไม่อยากให้ได้อจ.ซ้ำๆ เค้าเลยสลับระหว่างไมซ์กับยุทธ
ทีนี้ยุทธนี่ หน้าเหลือ 2นิ้วเลยครับ นังไมซ์ด้วยความเป็นคนดี เลยไม่เยาะเย้ยเพื่อน แต่พูดดังๆให้ทุกคนได้ยินว่า
"วันนี้คงได้นอนเร็ว เพราะเขียนรายงานเป็นภาษาไทย"
ดูมัน แค้นฝังหุ่นจริงๆ
ตอนที่อยู่ OR ก็ตื่นตาตื่นใจดีนะ แต่เสียดายเราได้อยู่แค่ 3วันเอง
เคสที่ชอบก็ไม่พ้น Caesarian นั่นแหละ
ถึงจะได้แต่วางมือไว้ตรงจุดที่พยาบาลบอกอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แล้วก็ได้แค่ตัดไหมตอนเย็บเท่านั้น
แต่วินาทีที่เห็นเด็กออกมานี่ มันเป็นอะไรที่บอกไม่ถูกจริงๆ
ดีใจอย่างบอกไม่ถูก ดีใจแทนคุณแม่เด็กด้วย
เด็กที่เพิ่งเกิดใหม่นี่ เป็นอะไรที่ไร้เดียงสาจริงๆ เป็นสิ่งมีชีวิตที่บริสุทธิ์มาก
เป็นอะไรที่ถ้าเราป้อนอะไรให้เค้า เค้าก็จะเติบโตมาเป็นแบบนั้น
เลยเข้าใจแล้วว่าไม่มีใครที่ไม่ดีมาตั้งแต่เกิดหรอก
สาเหตุเป็นเพราะผู้ใหญ่ และสิ่งแวดล้อมตะหาก
ทุกวันนี้ที่สังคมวุ่นวายแบบนี้ คงโทษเด็กอย่างเดียวไม่ได้ ผู้ใหญ่และสังคมนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบ
เพราะงั้น เพื่อนๆ อีกหน่อยถ้ามีลูกเป็นของตัวเอง
อย่าเอาแต่ทำงานนะจ๊ะ อย่าลืมให้ความรักและความเอาใจใส่ลูกด้วยนะ อิอิ
อีกหน่อย เค้าจะได้โตขึ้นมาเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ (เหมือนพวกเรา)
แล้วก็จะได้พัฒนาประเทศให้ดียิ่งๆขึ้นไปไง
 
 

August 15

Radiology : The major of minor wards

 
 
วันนี้ก็เป็นวันแรก ที่เราจะขึ้นสู่ Ward Major แรกในชีวิตซะที
หลังจากที่ใช้ชีวิตหลั่นล้าเต็มที่มานาน
ในที่สุด โควต้า Minor ของข้าพเจ้าก็จบลงแล้ว
ปลายปีนี้คงเป็นอะไรที่มันส์มากๆน่าดู
ดรีมบอกว่า เรากำลังจะได้พบกับ ชุดคอมโบ ที่สุดยอดยิ่งกว่าจะหาได้ตามร้าน McDonald หรือ KFC
ก็ต้องมาลุ้นกันดู
แต่ตอนนี้ยังพอมีเวลาเหลือ ก็เลยอยากจะพูดถึง วอร์ดเก่าๆซะหน่อย
เริ่มจากที่เพิ่งจะลงมาสดๆร้อนๆเนี่ยล่ะ
วอร์ดรังสีวิทยา
แบ่งออกเป็น 2 ส่วนที่เราต้องเรียนก็คือ รังสีวินิจฉัย กะ รังสีรักษา เรียนอย่างละ 1สัปดาห์ครึ่ง แล้วก็สอบ
เริ่มจากส่วนแรกก่อนละกัน
ก็อย่างที่จั่วหัวไว้ ว่าเป็น Major of Minor Ward เลยไม่สบายอย่าง 3 วอร์ดที่ผ่านมา
ช่วงเช้า 8 โมงถึง 11 โมง จะเป็นการ Lecture Speed ของอาจารย์
จากนั้น จนถึงกี่โมงก็ได้ ก็เป็นฟรีไทม์
อ๊ะ อ๊ะ อย่านึกว่าสบาย เพราะจะมี Films กองเท่าภูเขาเลากาให้พวกเราดู
ไม่ดูก็ไม่ได้นะ เดี๋ยวจะไม่เข้าใจ
16 ชีวิต ก็เลยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม เอาฟิล์มเสียบ แล้วก็พยายามเพ่งกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
อาจารย์เคยบอกไว้ว่า มันเป็นวิชา "อ่านจากเงา เดาเอาเอง" (3พยางค์หลังนี่เติมเอง)
เพราะฉะนั้น เราก็เลยพยายามหากันเอาเองว่า ผู้ป่วยรายนี้ มันมีความผิดปกติตรงไหนกันแน่ (ฟระเนี่ย!!)
ก็ร้องเพลงกันไป "ผิดตรงไหนก็ไม่รู้ ฮู้ ฮู"
บางทีหากันแทบตาย พอไปอ่านเฉลยบอก Normal Film
โอ๊ว อีนี่อยากจะบ้าตายวันละหลายตลบ
หรือพอไปอ่านเฉลยแล้วเค้าบอกมีความผิดปกติตรงนั้น ตรงนี้
พวกเราก็ได้แต่เชื่อไปตามที่เค้าบอกอ่ะนะ
ฟิล์มนี้บอก Tumor เราก็เชื่อ ทูเมอออออออร์ (นึกภาพอนุบาลหมีน้อย)
อีกฟิล์มบอก Stone พวกเราก็เชื่อ สโตนนนนน (เหมือนทุกคนจะจบมาจากอนุบาลเดียวกัน)
ได้แต่ร้องเพลงของพี่ตูนปลอบใจ "ยอมเข้าใจ ยอมเข้าใจ ถ้าดูต่อไปก็มีแต่เหนื่อยล้า ฉันเข้าใจ ฉันเข้าใจ ที่เฉลยมา
แล้วเวลาขึ้นลิฟท์จะไปดูฟิล์มนะ ก็มีอีกวิบากกรรมนึง
ลิฟท์ใหญ่ แต่จุคนได้มากบ้าง น้อยบ้าง ตามอารมณ์ลิฟท์มัน
มีอยู่ตอนนึง เข้ากันไปได้เกือบทั้งกลุ่มแล้ว สุดท้าย ไมค์ หยา ใหม่ เข้ามา ลิฟท์เลยออด
หยากับใหม่เลยเสียสละให้เพื่อนๆไปก่อน
ไมซ์ยังคงยืนงงๆอยู่ เลยโดนแซวว่า ไมซ์ ทำให้ผู้หญิง 2 คนต้องยืนร้องเพลงอยู่ข้างล่างว่า "เปลี่ยนกันมั้ย ให้เธอเป็นคนถูกทิ้ง"
เพราะถ้าไมซ์เป็นคนเสียสละออก หยากับใหม่ต้องเข้ามาได้แน่นอน อิอิ ล้อเล่นๆนะไมซ์
ตอนนี้ต้องไปเรียนก่อนแล้วล่ะ แล้วจะมาต่อใหม่นะจ๊ะ
 
August 05

เลือกทาน ตามกรุ๊ปเลือด

วันนี้อ่านไปเจอคอลัมน์น่าสนใจในหนังสือพิมพ์เลยเอามาฝากเพื่อนๆ
ก็เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อทุกคน เพราะไหนๆก็ชอบหม่ำกันเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว อิอิ
ก็หม่ำให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยละกัน
 
A Group
   หัวอนุรักษ์ ช่างคิด อดทน ตรงต่อเวลา Perfectionism(อ้าว! OCD Trait นี่นา อิอิ ใครไม่เข้าใจถามคนผ่านจิตเวชแล้วดูละกันนะจ๊ะ) และรักต้นไม้ มีข้อเสียตรงที่เป็นคนดื้อ เครียดง่าย และหมกมุ่น (OC กันเห็นๆ) ชาวญี่ปุ่นและเยอรมันซึ่งมีวินัยสูงเป็นคนเลือดกรุ๊ปนี้เป็นส่วนใหญ่
   คนดังเลือดกรุ๊ป A George W Bush, O.J. Simpson, Britney Spears, Adolf Hitler and Richard Nickson
   อาหารถูกโฉลก คนกรุ๊ปเลือดนี้จะย่อยเนื้อสัตว์ได้ไม่ดี จึงเหมาะกับการทานผักผลไม้ ธัญพืช และปลานะจ๊ะ
 
B Group
   มีความคิดสร้างสรรค์ มองโลกแง่ดี ยืดหยุ่นง่าย เป็นตัวของตัวเอง และรักสัตว์ เสียตรงที่ขี้หลงขี้ลืม และเอาแต่ใจตนเอง
   คนดังเลือดกรุ๊ป B Leonardo Dicarprio, Paul McKartney, Luciano Pavarotti and Jack Nicoleson
   อาหารถูกโฉลก ทานอาหารได้หลากหลาย เพราะมีระบบย่อยอาหารที่สมดุล ทั้งผัก อาหารประเภทนม เนย และเนื้อสัตว์ ยกเว้นเนื้อไก่ ถึงแม้จะย่อยเนื้อสัตว์ได้ดี แต่ก็ไม่ดีเท่าคนกรุ๊ป O จึงแนะนำให้ทานเนื้อปลาและอาหารทะเลมากๆ เพราะอุดมด้